2007/Aug/26

เมื่อหลายปีก่อนมีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้นในชีวิตของผม...

ตามปกติผมเป็นคนประสาทแข็ง ตลอดชีวิต 20 ปีที่ผ่านมาก

ยังไม่เคยแม้สักครั้ง ที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ชวนขนหัวลุก

จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อน...

มันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผมนอนไม่หลับมาหลายวัน

ต้องมานั่งระบายออกให้พวกคุณได้รับรู้

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง

มันเกิดขึ้นที่ตึก GMM GRAMMY อันเป็นที่ตั้งของค่ายเพลงที่ทุกคนคงรู้จักกันดี

ผมทำงานอยู่ที่นี่ประมาณ 6 เดือนมาแล้ว

ก็นับตั้งแต่บริษัทย้ายมาจากตึก CMIC มาที่นี่นั่นแหละ

ผมไม่รู้ว่าระหว่างตกแต่งตึกนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างรึป่าว

และถึงตอนนี้ก็ไม่อยากรู้ด้วย ที่อยากให้คุณรู้ก็คืองานที่ผมทำ

ทำให้จำเป็นต้องเข้าบริษัทไม่เป็นเวลา บางทีต้องมาแต่เช้า

กลับอีกเช้าหนึ่ง บางทีก็ต้องมากลางดึก กลับอีกทีก็ตีสองของอีกวัน

แล้วแต่งานไป...

วันนี้ผมไม่มีงาน ประกอบกับทำงานไม่ได้หยุดมาตลอดตั้งแต่สงกรานต์

ก็เลยตั้งใจจะไม่เข้าบริษัท แต่ปรากฏว่า คนที่บริษัทมีปัญหากับคอมพิวเตอร์ ในบริษัทมีผมคนเดียวที่รู้เรื่อง

ผมอิดๆออดๆแล้วก็รับปากไปว่าจะเข้าไปบริษัท แต่คงเป็นตอนดึกๆ

ผมดูบอลบราซิลตัดเชือกกับตุรกี ที่ออฟฟิศของเพื่อน

เลิกก็ประมาณสองทุ่มกว่าๆ แต่ในใจมันยังรู้สึกว่ายังหัววันอยู่เลย

ก็เลยไปหาหนังดู ไปถึงสยาม ไม่ค่อยมีหนังน่าสนใจ

นอกจากเรื่อง คนเห็นผี ที่ผมอยากดูมาตั้งแต่เห็นโปสเตอร์ครั้งแรก

บรรยากาศในโรงก็วังเวงมาก ทั้งโรงมีคนนั่งดูอยู่หกคน

หนังก็เลยน่ากลัวขึ้นไปอีก ออกจากโรงหนังมาก็ยังรู้สึกหนาวๆไม่หาย

ผมแวะหาอะไรใส่ท้องแถวสีลม ก่อนเรียกแท็กซี่เข้าบริษัท

เวลานั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่ง ฝนตกปรอยๆรถแท็กซี่วิ่งสวนทางอโศกไม่ได้ ผมจึงต้องเดินลงเดินนิดหน่อย

ถ้าเป็นเวลาช่วงหัวค่ำกับคนรู้ใจก็คงโอเค แต่ในเวลาเช่นนี้

ถนนมันว่างเปล่า กับแสงไฟสลัวๆเพียงคนเดียวมันวังเวงทีเดียว

ภาพจากตัวอย่างหนังเรื่อง Three ที่เพิ่งได้ผ่านตามาเมื่อครู่ใหญ่ๆ

กลับมาอยู่ในความคำนึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ผมเดินผ่านล็อบบี้ ยามเงยหน้าขึ้นมามองแล้วก็ก้มหน้าลงไปอย่างเดิม

ผมก็ไม่ได้เสียเวลาสนใจเขา เดินตรงเข้าไปที่ลิฟต์

เวลาตีหนึ่งอย่างนี้ กดลิฟต์ ลิฟต์ก็มา ถ้าต้องรอก็คงเป็นเรื่องแปลก

ผมเดินเข้าไปในลิฟต์อย่างปกติ อธิบายนิดนึงว่า

ลิฟต์ที่นี่จะเป็นสแตนเลสขัดมันด้านในสามด้าน ส่วนประนั้นจะเป็นด้านที่มองสะท้อนไม่ได้ ยกเว้นตรงปุ่มกดเลขชั้นที่จะขัดมันเช่นกัน

ผมก้มลงกดเลขชั้น 26 แล้วก็ขนลุกวาบ

ผมยังไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อสักครู่นี้นัก ฉันแน่ใจว่า...

ฉันเข้ามาในลิฟต์คนเดียว และในลิฟต์ก็ไม่มีใครอยู่เลยด้วย

แล้วใครกันที่จะมาอยู่ข้างหลังผมได้...

ผมไม่กล้าหันหลังกลับไป ในใจยังคงเต็มไปด้วยความสับสน

อยู่มา 20 กว่าปี ไม่เคยเจอ ทำไมถึงจะมาโดนดีเอาวันนี้

หลังจากรวบรวมความกล้าแล้ว ผมค่อยๆก้มลงไปมองตรงปุ่มกดอีกที

แผ่นโลหะขัดมันข้างปุ่มนั้น มีความกล้างเพียงสองสามนิ้ว

แต่มันสะท้อนให้เห็นภาพที่อยู่เบื้องหลังผมได้อย่างชัดเจน

เด็กน้อยคนหนึ่ง อยู่ตรงนั้นจริงๆ...

เด็กคนนั้น หน้าอวบอิ่ม ตาชั้นเดียว ไว้ผมม้า ดูแล้วอายุไม่น่าจะเกิน 10 ขวบเท่านั้นเอง เด็กคนนั้นยิ้มอย่างมีเลศนัย ตาจ้องมาทางผม

...ไม่กะพริบ แต่สิ่งที่น่าตกใจไม่ใช่แค่นั้น...

ผมกวาดสายตาผ่านเงาสะท้อนลงด้านล่างอย่างเชื่องช้า

เด็กคนนี้มีแต่หัวกับช่วงตัวท่อนบน...ไม่มีแขน ไม่มีขา...

วินาทีนั้นผมแทบอยากจะวิ่งออกไปจากลิฟต์เสียเดี๋ยวนั้นแต่ก็ทำไม่ได้

เวลาในการเดินทางขึ้นดูเหมือนว่าจะกินเวลานานกว่าปกติ

แม้ว่ามันจะไม่ได้แวะจอดชั้นใดเลยก็ตาม

ผมหลับตาปี๋ ในใจพยายามนึกถึงบทสวดมนต์แต่ไม่มีอะไรออกมา

เพราะความที่ไม่เคยสวดมาเกือบปีเข้าไปแล้ว

ก็ได้แต่นึกภาวนาในใจว่าไปสู่ที่ชอบๆเถิด

อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลยผมยืนขาแข็งหลับตาอยู่อย่างนั้น จนลิฟต์เปิดออก

อย่างน้อยก็มียามที่ชั้นอยู่เป็นเพื่อน ผมรวบรวมความกล้าอีกครั้ง

หันหลังกลับไปดูในลิฟต์อีกที

เด็กคนนั้นยังอยู่...

เด็กตาชั้นเดียวไม่มีแขนไม่มีขาครั้งนี้ฉันเห็นรายละเอียดมากกว่าเดิม

ใต้ส่วนที่น่าจะเป็นหน้าอกของเด็กคนนั้นมีตัวอักษรบางอย่างติดอยู่ด้วย

ผมพยายามแปลความหมายของตัวอักษรที่ปรากฎขึ้นนั้น

พ...

ลั...

บ...

พลับ...คงเป็นชื่อเด็กคนนี้

ก.ค.45

คงจะเป็น...

เวลาวางแผง...

ผมคิดในใจ...

เด็กตัวแค่นี้ออกเทปแล้วหรอ...

ปล.ใครรู้จักคนในค่ายนี้ ฝากบอกด้วยว่าเอาไปติดผนังข้างๆไม่ได้รึไง โปสเตอร์น่ะตอนกลางคืนมันน่ากลัวนะ!!

จาก http://www.yenta4.com/webboard/viewtopic.php?cate_id=63&post_id=1077518

Comment

Comment:

Tweet


เรื่องตลกนิหว่า* *confused smile
#4 by DRAFTz (115.67.224.1) At 2010-09-07 18:41,
โอ๊ย น่ากลัวตรงไหน ก็พี่พลับที่อยู่ค่ายแกรมมี่ไง
ความหมายของเรื่องนี้คือ เอาโปสเตอร์ไปติดลิฟต์ผนังด้านหลังสุด รูปนี้ก็คงเป็นหน้าปกอัลบั้มแหละ
#3 by เอิร์น (124.122.184.97) At 2010-03-19 12:41,
embarrassed
#2 by (58.9.187.77) At 2010-02-17 13:34,
เรื่องจริงเหรอค่ะ? น่ากลัวจังเลย
#1 by kiki (202.139.223.18) At 2008-05-10 08:15,

Tunwanich
View full profile