2008/May/06

เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้...ประเทศต่างๆ ในโลกนี้ มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา...ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน

สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค

ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปัญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง

เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14 ประเทศ

ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น

แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็นติมอร์

และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศอาเจะ และอีกหลายประเทศที่จะเกิดตามมา

ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ

คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน!

ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ

โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553

ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์

สินค้าเกษตรต่างๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล

ในขณะที่เกษตรกรของไทย จะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกันเอง

และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออก เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ

ประกอบกับการพัฒนาด้านการเกษตรของไทย ได้พัฒนาไปอย่างผิดทิศทาง

เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย

จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน

คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน

เป็นวงจรหมุนเวียนอย่างนี้เรื่อยไป จนทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้

เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกัน ก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน

เนื่องจากสินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่า สินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า

เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๋ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

เนื่องจากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs

และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้

วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาได้

เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว

ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้น เนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้

กลายเป็นของต่างชาติไปหมดแล้วเช่นกัน

เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคา ก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร

ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์

คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพง หรือว่าจะยอมไม่มีน้ำ ไฟ โทรศัพท์ใช้

ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้

การขายที่ดินราคาถูกๆ จะเกิดขึ้นตามมาทั่วทุกหัวระแหง คนที่มีกำลังซื้อได้ คิดหรือว่าจะใช่คนไทยด้วยกัน

มันก็คือชาวต่างชาติทั้งนั้น

ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่า ที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติ กว้านซื้อไปเกือบจะหมดแล้ว

เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่สามารถนำเงินที่ได้ ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้

เพราะธุรกิจทุกแขนงได้ตกอยู่ในกำมือต่างชาติหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ Big C, Lotus,

Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahut, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ

ดังนั้น เงินตราของเกษตรกรไทยที่ขายที่ได้ ก็มีแต่ถูกดูดออกหมด

ประเทศไทยจะตกอยู่ในภาวะเหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด...

เมื่อคนเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้...รัฐจะอยู่ได้ฤา ?

เหตุการณ์ถัดมา 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นส่วนแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย

เนื่องจากมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน

และ ในปี 2553 คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ

เพราะเล็งเห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลไทย การเมืองไทย

การคัดค้านถึงการแบ่งแยกดินแดนจะลดน้อยลง

ตรงข้าม...การสนับสนุนให้แยกจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

จนในที่สุด...รัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ซึ่งถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหารขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย

โดยมีข้ออ้างสารพัดที่จะหยิบยกขึ้นมากล่าว ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปัญญาไปต่อสู้อยู่แล้ว

การแยกตัวจะสำเร็จได้โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน

จากนั้น...

ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา ก็จะขอแยกตัวตามบ้าง

เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว

เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ

เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยากอีกเช่นกัน

นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia

ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่

เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ?

ผมติดตามงานเขียนของคุณนิติภูมิ มาหลายปี

และสิ่งที่คุณนิติภูมิเขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น

ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ

ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์

บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคม และประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

เขามอง อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ

ก่อนล่มจริง...เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ

ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย

แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า

เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างใหญ่อีกเพราะอะไร

เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86บาท เหลือให้คนไทย 14 บาท

เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิ๊กซี โลตัสเหมือนกัน

นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง

ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น

เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วบางห้าง 86 เปอร์เซ็นต์

สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่

เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ

ถ้าซื้อจากห้าง 1,000 บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900บาท ที่เหลือ 100 บาท

ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว

ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง ทั่วประเทศ

คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจนไตน์ จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร

ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง

เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด

ผมอธิบาย ขั้นตอนการสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้านและลูกฟัง

หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ

ได้ผล...ลูกเปลี่ยนวิธีกิน... วิธีคิดไปเลย... เปลี่ยนไปได้มาก

พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง

ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ

แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย

ผมก็อธิบายคำว่า license (ค่าลิขสิทธิ์ ) ให้ลูกฟัง

ผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธิ์

ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ์ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิ์

มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน

ขนมต่างชาติ ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ์

เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปี

ผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว



ปล.ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับ

ยาวไปหน่อย แต่อยากให้อ่าน เพื่อที่ไทยเราจะได้อยู่รวมเป็นชาติไทยต่อไป

** เมื่อกี้ดูที่นี่ประเทศไทย เปิดเพลงชาติให้ฟัง ไม่เคยฟังแล้วรู้สึกว่าอยากร้องไห้เท่าวันนี้เลย

ฟังแล้วเห็นภาพที่คนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้

แต่อยากจะขออีกอย่างหนึ่งคือรักชาติหน่อย ช่วยกันหน่อยครับ

ซื้อสินค้าไทย เลิกได้แล้วกับการซื้อของแบรนเนม มันจะทำให้ชาติล่มจม

 

เราไปเจอมาน่ะ  ไงก็ช่วยเม้นกันเยอะๆด้วยนะ

Comment

Comment:

Tweet


Tunwanich
View full profile